พัฒนาการของเมืองจีนการปฎิวัติของจีนในยุคกลางในรอบหลายร้อยปีให้หลัง

ได้บุกทำลายคุณประโยชน์ทางด้านวัฒนธรรมคุณประโยชน์ทางด้านสังคมไป

โดยยิ่งไปกว่านั้นค่าความนิยมพื้นฐานเดิมเป็น ความกลมกลืนในกิจกรรมทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งสามารถเลี่ยงความเครียด การยินยอมรับ การไกล่เกลี่ย ออมชอม รวมตลอดถึงวัฒนธรรมในด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความเกี่ยวพันเป็นลำดับชั้น ความดีงามของผู้ดูแล ความรู้สึกสำนึกในการค้นคว้า
จารีตจีนแผ่นดินใหญ่ มีส่วนช่วยสำหรับในการสร้างคุณค่าสำหรับในการสร้างประเทศ แล้วก็การพัฒนาเศรษฐกิจให้ยุคใหม่ ความลดเสื่อมของสถาบันจีนโบราณเกิดขึ้น ด้วยเหตุว่าความเพียรพยายามจะสร้างเสริมเมืองจีนขึ้นใหม่ มีชาวต่างประเทศเข้ามาครองบ่อย แต่ละครั้งได้ดูดซับวัฒนธรรมของชาวต่างประเทศนั้น ให้เข้ามากลมกลืนไปกับคนจีน แล้วก็เย้ายวนใจคนจีนให้หันไปนิยมฝรั่งไปอีก ในบางประเด็นของวัฒนธรรม การรุกรานของฝรั่ง มีส่วนสร้างให้จีนมีอารยธรรมหนักแน่น เพราะว่าจะต้องปกป้องตนเอง ได้สร้างศูนย์รวมอำนาจไว้กับศูนย์กลาง มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง
อารยธรรมตะวันตกอำนาจ เมื่อเริ่มแรกไปสู่จีนก็ไม่ค่อยร้ายแรงนัก ถัดมาเมื่อวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมเจริญ ก่อเรื่องรุกรามวัฒนธรรมจีน ตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ ๑๘ – ๑๙ โลกตะวันตกมีอำนาจด้านทหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้คาดคั้นให้คนจีนจำเป็นต้องผูกพันกับคนยุโรปในรูปกิจการค้า มีการประจันหน้าระหว่างความคุ้นเคยของสังคมเกษตรกรรม กับสังคมอุตสาหกรรม แนวโน้มสำหรับการเห็นด้วยสังคมอุตสาหกรรมก็เลยได้เกิดขึ้น ในคริสตศตวรรษที่ ๒๐
สถาบันครอบครัว ในประวัติศาสตร์ ครอบครัวชาวจีนมี ๓ – ๕ ชั่วลูกชั่วหลาน อาศัยอยู่รวมกัน ซึ่งส่งผลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่จะจำต้องอุปถัมภ์ค้ำชูพ่อ แม่ของครอบครัวที่ลูกชายนำเอาเมียมาอยู่ร่วมเป็นครอบครัวขยาย ทำให้สังคมของจีนมีความยั่งยืนมั่นคงเป็นส่วนกลาง
แซ่ของจีน เป็นคำผสมจากคำว่า “หญิง” กับคำว่า “เกิด” คือ การกำเนิดจากหญิง คำว่า “แซ่” ก็คือ ชื่อของคนๆหนึ่ง ซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากหญิงคนหนึ่ง การตั้งแซ่บางครั้งก็อาจจะตั้งจากชื่อเมือง ตำแหน่งราชการ อาชีพ ที่อยู่ เหตุในยุคนั้นจัดว่า ชายอายุ ๓๐ ปี หญิงอายุ ๒๐ ปี สมควรที่จะสมรสกัน
การดำรงชีวิต (ในต่างจังหวัด) ในชีวิตวันแล้ววันเล่าของชาวชีวิตบ้านนอกของคนจีนเป็น หมู่บ้าน กสิกรจะต้องเดินทางไปยังนาของตัวเอง เริ่มดำเนินการแต่เช้ามืด จบและก็ลงเอยด้วยการพบปะคุยกับเพื่อนบ้านนานๆในวันแล้ววันเล่า ตามถนน เวลาค่ำจะเอาตะเกียง แล้วก็ภาชนะใส่ของกิน ออกมาประชุมคุยกันเป็นกรุ๊ป แล้วบริโภคอาหารเย็นด้วยกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปที่อยู่ที่อาศัยของตัวเอง
ทดลองดูด้านนอก ลักษณะหมู่บ้านของจีนจะมีลักษณะเครื่องหมายคล้ายกัน หมู่บ้านของคนจีนทางตอนใต้ ชอบปลูกอยู่ชิดกัน และก็มีความยัดเยียดมากยิ่งกว่าทางทางเหนือ นิยมใช้ไผ่ และก็ฟางข้าวทำเป็นบ้าน ส่วนหมู่บ้านทางทางเหนือ ชอบมีกำแพงล้อมบ้านค่อนข้างจะสูง รวมทั้งก่อด้วยก้อนอิฐ สิ่งหนึ่งที่เป็นจารีตประเพณี ที่เห็นได้ชัดของหมู่บ้านตามต่างจังหวัดเป็น การมีสาธารณสมบัติด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น ศาลเจ้า หนองน้ำ ถ้าหากเป็นหมู่บ้านใหญ่จะมีวัด
คนจีนแต่ก่อน นิยมที่จะใช้ใบไม้จากต้นไม้และก็หนังสัตว์ที่ได้จากการล่าเป็นเครื่องแต่งกาย แม้กระนั้นเมื่อถัดมา องค์พระกษัตริย์อึ้งตี่ ได้กระทำสอนให้สามัญชนทั่วๆไปเลี้ยงตัวไหม และก็สวมเครื่องแต่งกายที่จำจากหนอมไหม ของกินก็เป็นของกินแบบธรรมชาติ

Author: Leta Austin